ราคาที่ดินขึ้น “ก้าวกระโดด” จริงหรือ?
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวว่าราคาประเมินของทางราชการที่ทางกรมธนารักษ์ได้ประกาศไปนั้นเพิ่มขึ้นมากมาย หลายท่านอาจงงว่า ทำไมเป็นเช่นนี้ เพราะเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะ “ดิ่งเหว” ไม่ใช่หรือ มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการกับราคาตลาดกันดีกว่า โปรดเข้าใจว่าราคาที่ทางราชการประกาศนั้น มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม” นั้น
ทางราชการปรับปรุงทุกรอบ 4 ปี
บัญชีราคานี้มีไว้เพื่อการคำนวณภาษีโดยเฉพาะในกรณีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่างๆ เช่น การซื้อขาย การจำนอง และการโอนทรัพย์สินในกรณีอื่น ๆ ฯลฯ
รอบล่าสุดที่ปรับคือในช่วงปี 2551-2554 ส่วนการประกาศนอกช่วงคือการปรับเมื่อปี 2552 นี้ ปรับเฉพาะบางพื้นที่ กล่าวคือใน 9 เขตจากทั้งหมดจำนวน 50 เขตของกรุงเทพมหานคร และอีก 120 อำเภอใน 52 จังหวัด จากทั้งหมดราว 7,000 อำเภอในอีก 75 จังหวัดทั่วประเทศ
การปรับนี้เป็นเพราะทางกรมธนารักษ์ ปรับราคาที่ประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้ (พ.ศ.2550-2554) ให้สอดคล้องกับราคาตลาดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ไม่ได้หมายความว่าราคาที่ดินเพิ่มขึ้นแต่อย่างไร
การปรับเพิ่มนี้เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ใช่หมายความว่ากรมธนารักษ์ทำผิดพลาด แต่ในหลายบริเวณมีการเปลี่ยนแปลง เช่น จากที่นาเดิม กลายเป็นบ้านจัดสรรหรือจากท้องไร่ท้องนาตาบอด กลายเป็นทีดินติดทางหลวงสายใหม่ หรือรถไฟฟ้า เป็นต้น
โปรดทราบว่าบัญชีราคานี้ไม่ใช่ราคาตลาด อาจไม่มีความสัมพันธ์กับราคาตลาดส่วนมากจะต่ำกว่าราคาตลาด แต่ไม่มีสัดส่วนที่แน่นอนว่าจะสูงหรือต่ำกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละท้องที่
ที่ผ่านมาบางแห่งอาจสูงกว่าราคาตลาดบ้างก็เป็นได้ ซึ่งทางราชการก็เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องต่อกรมธนารักษ์ให้แก้ไขราคาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงได้
ดังนั้นเราไม่สามารถนำราคาประเมินทางราชการนี้ไปใช้เพื่ออ้างอิงประกอบการซื้อ-ขายทรัพย์สินได้เลย
ใครที่นำไปใช้อ้างอิงดังกล่าว หากไม่ใช่เพราะความไม่รู้ ก็อาจมีความฉ้อฉลบางประการที่ประสงค์ให้ได้ราคาตามที่ตนประสงค์ในการซื้อขายจริง สมควรลงทุนว่าจ้างผู้ประเมินค่าทรัพย์สินมืออาชีพทำการวิเคราะห์มูลค่าตลาดที่เหมาะสมประกอบการลงทุน
ในรอบประกาศ [...]
